5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว ไปแล้วดีฟินจังเลย

ใกล้เข้าสู่หน้าหนาวแล้ววันนี้ทีมงาน DCFC จัด 5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว ก็เตรียมตัวที่จะต้องไป

เดินทางสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและวิวสวยๆของทางภาคเหนือ วันนี้จะบอก

สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวสุดฮิตที่คุณไม่ควรพลาด เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้ดีแล้วไปกัน

5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว คุณไปมาหรือยัง?

5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว

  1. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

แน่นอนเลยว่า ลมหนาวพัดมาเมื่อไหร่ ยอดดอยอินทนนท์

ก็ไม่เคยขาดนักท่องเที่ยว ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ เรียกได้ว่าฮิตทุกปีเลยทีเดียว

เพราะเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยแล้ว จึงได้สัมผัสอากาศเย็น เห็นยอดน้ำค้างแข็งสวยงามอีกด้วย

ดอยอินทนนท์ ไม่ได้เป็นแค่จุดที่สูงสุดเท่านั้น โดยบริเวณรอบข้างใกล้ๆกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น

น้ำตกวชิรธาร น้ำตกแม่ยะ กิ่วแม่ปาน และพระธาตุนภพพลภูมิสิริ อีกด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับ การเดินทางท่องเที่ยว นั้นคือตั้งแต่ เดือนธันวาคม ถึง มกราคม ถือว่าดีที่สุดในที่แห่งนี้

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

  1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอก ที่ยอดฮิตแห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงราย

ที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร

โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่ง ประเทศลาว วิวสวยๆ ของทะเลหมอกสีขาว ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา

ภูเขาสลับซับซ้อนและอากาศหนาวๆ มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือบริเวณ ยอดภูและบริเวณ

ลานก่อนถึงยอด ที่นี่ไม่ได้มีดีที่ทะเลหมอกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

  1. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามมากๆ ถึงสองจุด

คือที่ดอยผาชู้ และดอยเสมอดาว โดยที่ดอยผาชู้ มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางขุนเขาเขียวขจี

สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ และเมื่อหมอกจางลง จะมองเห็นลำน้ำน่านที่สวยงาม

ส่วนดอยเสมอดาว เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้น

และพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า

และตอนกลางคืนที่สามารถมองเห็นดวงดาวล่องลอยเต็มท้องฟ้าอีกด้วย

ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  1. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า  โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

เป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ในยามเช้าจะมีไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป

ประกอบกับบรรยากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้เป็นสถานที่ยอดฮิตสุดโรแมนติก

จนได้รับขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นแสงแดดจะสะท้อนบนผิวน้ำ

เป็นสีทองอร่ามจะทำให้บรรยากาศดูสวยขึ้นไปอีกด้วย กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดนั้นก็คือ

การได้นั่งแพชมทิวทัศนียภาพ และ ดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบของทะเลสาปปางอุ๋งแห่งนี้

ตลาดน้ำอัมพวา

ทริปอัมพวา | ตะลุยตลาดน้ำ ตะลอนชิมฟรี

ทริปอัมพวา วันนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวตลาดน้ำกันค่ะ ออกเดินทางจากพระราม2 เลยเมืองสมุทรสาคร จะเห็นป้ายทางเข้าตลาดน้ำอัมพวา ขับผ่านตัวเมืองแม่กลองวิ่งไปตามถนน 325 เข้าสู่ตลาดอัมพวาหาที่จอดรถได้เลยจ้า เรามาถึงที่นี่ช่วงเย็นหาที่จอดรถค่อนข้างลำบากนิดนึง ถ้าเพื่อนๆคนไหนกังวลเรื่องที่จอดก็สามารถแวะจอดได้ที่ วัดภุมรินทร์นะจ๊ะ สำหรับวันนี้เราจะนั่งเรือชมหิ้งห้อยกัน แล้วก็ทานมื้อค่ำช็อปปิ้งของกินสักหน่อย ของกินเยอะมาก ถ้ามาเดินช่วงค่ำ รับรองว่าถูกอกถูกใจแน่นอน

ที่นี่เพื่อนๆจะพบกับบรรยากาศวิถีชาวบ้านริมคลอง ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย หลายประเภททั้งคาวหวาน บางร้านจะมีการแสดงดนตรีสด แนวเพลงก็จะเป็นเพลงเก่าๆ ในอดีตทั้งสากลยุคก่อนๆหรือเพลงลูกกรุงประมาณนี้ค่ะ

ทริปอัมพวา ชมหิ่งห้อย สอยกุ้งเผา นั่งชมบรรยากาศ

ทริปอัมพวา | ตะลุยตลาดน้ำ ตะลอนชิมฟรี

ทีมงานของเราเดินไปเรื่อยๆ จนเจอกับกลุ่มเรือ ที่ลุงๆป้าๆจอดขายอาหารให้กับนักท่องเที่ยว สามารถสั่งมานั่งทานริมคลองได้ค่ะ ราคาอาหารเริ่มต้นที่เมนูละ 15 บาทจนไปถึงร้อยกว่าบาท อย่างเช่นปลาหมึกย่างตัวใหญ่ๆตัวละ 120 บาท กุ้งเผา ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว สั่งมานั่งกินกับเพื่อนๆ ชมวิวริมคลองมองเห็นแม่น้ำแม่กลอง ที่มีเรือแล่นผ่านเป็นระยะ

บรรยากาศตะวันลับขอบฟ้า ฟินสุดๆไปเลย กินเสร็จเรียบร้อยได้เวลาลงเรือแล้วจ้า ที่นี่มีเรือนำเที่ยวจำนวนมาก ค่าโดยสารก็ไม่แพงอยู่ที่คนละ 60 บาทค่ะ ลงเรือปุ๊บเราก็รีบสวมเสื้อชูชีพทันที เรือออกแล้วคนขับเรือจะคอยบรรยายไปตามทาง สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนผู้คน บางจุดก็ผ่านวัดวาอารามซึ่งมีวัดเรียงรายไปตามคุ้งน้ำ เมื่อกระทบกับแสงแดดยามเย็นแล้วชั่งเป็นภาพที่สวยงามจริงๆค่ะ

พ้นตลาดอัมพวามาสักพักเรือจะค่อยๆชะลอ บริเวณนี้มีต้นลำพูมีหิ้งห้อยตัวเล็กตัวน้อยส่องสองสีเหลืองวิบวั๊บเต็มไปหมด ยิ่งต้นใหญ่ๆยิ่งเยอะเลยค่ะ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากๆ เรือแล่นผ่านบ้านไม้เก่าๆของชาวบ้านไปเรื่อยจนออกสู่แม่น้ำแม่กลอง ผ่านบ้านหลังใหญ่เปิดไฟสวยเชียว คนขับเรือบอกว่าที่นี่คือบ้านของทหารเรือท่านหนึ่งทำเป็นโฮมสเตย์ไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าพักค่ะ แล้วเรือก็แล่นกลับมายังตลาดอัมพวา

ได้เวลาเดินซื้อของกินของฝากกลับบ้านแล้วสินะ ส่วนตัวชอบเดินตลาดช่วงนี้นะคะ คนไม่เยอะไม่ต้องแย่งกันซื้อเดินสบาย อากาศไม่ร้อน ที่นี่ของกินเยอะมากค่ะ อย่างหมี่กรอบ 3 รสที่ผัดกันใหม่ๆร้อนๆ ราคา 35บาท 3กล่อง 100บาท หรือจะเป็นปลาทูแม่กลอง หน้างอคอหัก ของดีเมืองสมุทรสงครามอันนี้พลาดไม่ได้เลยนะคะ กล่องละ 100 บาท

ข้าวเกรียบปลาทู ของกินเล่น เมี่ยงคำมีทั้งเป็นชุดๆละ 50 บาทหรือที่ห่อเป็นคำเสียบไม้ 3 คำ 10 บาทเมนูนี้เมนูโปรดเลยค่ะ  ซื้อของกินของฝากเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้วจ้า ขากลับเข้ากทม. ถนนโล่งมากค่ะเพราะดึกแล้ว แต่ทางบางช่วงจะค่อนข้างมืดและมีรถบรรทุกเยอะอยู่ขับรถกันระวังๆด้วยนะคะ ทริปนี้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงกับงบเพียงน้อย แต่อิ่มพร้อมได้ความประทับใจกลับบ้านมาด้วย เยี่ยมไปเลยค่ะ

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี | 2วัน 1 คืน เพลินอุรา

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี สำหรับคนที่ชอบเที่ยวทะเล วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆใช้เวลาเดินทางไม่นานประมาณ 2 ชม.จากกรุงเทพ ก็สามารถพบกับทะเลสวย น้ำใส ได้เลยอย่างเกาะล้าน

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี

ทริปเกาะล้าน ชลบุรี ขั้นตอนการเดินทาง

เราออกเดินทางในตอนเช้าประมาณ 7.00น. ขับรถจากบางนาขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีถึงชลบุรี เบี่ยงเข้าเส้นมอเตอร์เวย์ชลบุรีพัทยา ขับตรงไปยังพัทยาใต้ ไปยังแหลมท่าเรือบาลีฮาย จอดรถที่จุดจอดอัตโนมัติซึ่งอยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ ค่าบริการ 300 บาท/คืน จอดรถเรียบร้อย เราก็รีบเดินไปขึ้นเรือซึ่งสามารถซื้อตั๋วได้ที่ปลายสะพานก่อนขึ้นเรือ เพียงคนละ 30 บาท เดินทางจากท่าเรือบาลิฮาย จนถึงท่าหน้าบ้านใช้เวลา 45 นาที เราก็ถึงที่หมาย

สำหรับทริปนี้ 2วัน1คืน เราจึงจองที่พักไว้ล่วงหน้า คืนละ 1,500บาท พร้อมอาหารเช้า รถรับส่งจากท่าถึงรีสอร์ท ส่วนมอไซด์ให้เช่า 300 บาท/คัน (แต่ทางรีสอร์ทให้ใช้ฟรี) เมื่อถึงท่าเราจึงติดต่อทางรีสอร์ทมารับ เข้าที่พักเช็คอินเรียบร้อย เราก็เริ่มตระเวนเล่นน้ำทันที หาดแรก คือหาดตาแหวน ตรงนี้เป็นจุดที่จอดเรือซึ่งคนจะเยอะนิดนึง นักท่องเที่ยวก็เยอะเนื่องจากเป็นจุดที่ทัวร์ลง เราก็เลยเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศเก๋ๆไป อีกจุดคือสะพานไม้หาดสังวาลย์ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปอีกหนึงที่พลาดไม่ได้

ต่อด้วยหาดที่2 คือหาดแสม หาดนี้จะไม่ค่อยมีคนมากนัก ทางไปหาดค่อนข้างชันเพราะต้องขึ้นเขาลงเขา ระหว่างทางมีกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าบนเกาะ เราก็แวะถ่ายรูปซะหน่อย(ตรงนี้เหมือนเป็นแลนด์มาค์)ลมพัดเย็นสบาย เมื่อไปถึงหาดเราเจอกับหาดทรายขาวน้ำใสเวอร์เหมาะแก่การเล่นน้ำสุดๆ เราจึงใช้เวลาเล่นน้ำตรงนี้ค่อนข้างนานเป็นพิเศษ พร้อมถ่ายรูปได้วิวสวยๆมุมกว้างของหาดที่มีทั้งภูเขา หาดทราย ทะเลสวยๆฟินสุดๆสำหรับจุดนี้

หาดสุดท้าย คือหาดตายายเป็นหาดเล็กๆมีแต่คนไทย ไม่มีร้านค้า บรรยากาศสงบๆดีค่ะ เราแวะไปแป๊บเดียวเพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วเราจึงเดินทางกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวออกไปเลือกซื้ออาหารทะเลสำหรับมาปาร์ตี้คืนนี้ ช่วงค่ำจะมีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารทะเลมาขายตามข้างทาง ร้านอาหารร้านเหล้าต่างๆก็เปิดให้บริการ เราสามารถเลือกอาหารทะเลสดๆและให้ทางร้านทำตามเมนูที่ต้องการได้เลย ราคาก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพง อย่างส้มตำทะเลอยู่ที่จานละ 100 บาท ส่วนเมนูอื่นๆก็อยู่ที่เราเลือกค่ะ เราลืมบอกไปว่าบนเกาะมี7-11นะจ๊ะสะดวกสบาย

เมื่อเราเลือกซื้ออาหารเรียบร้อยเราก็ตรงไปที่ซื้อเครื่องดื่มต่อทันที กลับมานั่งกินริมระเบียงห้องชมวิวทะเลมองเห็นฝั่งพัทยาอยู่ไกลๆ มองเห็นบ้านของผู้คนที่พักบริเวณนั้นวิถีชีวิตช่าวเกาะที่มีเรือหาปลาลำเล็กผูกอยู่กับเสาใต้ถุนบ้าน เสียดายทริปนี้เรามีเวลาน้อยเน้นพักผ่อนเลยไม่ได้ออกไปตกหมึกเลย

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากพักผ่อนไม่ไกลจากกรุงเทพได้บรรยากาศชาวเกาะนักเที่ยวทะเล เกาะล้านถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆเลยละค่ะงบประมาณก็ไม่มากนัก จะไปเป็นคู่หรือหมู่คณะก็ได้หมด ลองดูนะคะ

สวนผึ้ง ราชบุรี | ทริปกางเต้นท์ครอบครัว

สวนผึ้ง ราชบุรี การเดินทางครั้งนี้เราไปกันแบบครอบครัว เริ่มออกเดินทางจาก กทม.ช่วงเช้าประมาณ 7.00น. ใช้ถนนเส้นพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) ไปบรรจบกับ ถ. เพชรเกษมที่แยกวังมะนาว เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองราชบุรี จากกรุงเทพถึงอ.สวนผึ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

สวนผึ้ง ราชบุรี

บรรยากาศ2ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขา เมื่อเริ่มเข้าตัวอ.สวนผึ้งเราก็จะเห็นฝูงแกะที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและให้อาหาร ไม่นานเราก็ถึงที่หมาย รีสอร์ทที่เราเลือกพักในทริปนี้ อยู่ตรงข้ามบ้านเทียนหอม ภายในรีสอร์ทบรรยากาศร่มรื่น มีไร่มัมเบอร์รี่ มีบังกะโลเป็นหลัง มีจุดกางเต้นท์บนเนินเขา ด้านข้างรีสอร์ทมีธารน้ำไหลผ่าน แต่น้ำค่อนข้างลึกจึงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ สำหรับที่พักคืนนี้เราเลือกกางเต้นท์บนเนินเขา ซึ่งเต้นสามารถขอเช่ากับทางรีสอร์ทได้ในราคาหลังละ 600 บาท(ไม่รวมอาหารเช้า)ซึ่งขนาดเต้นท์สามารถนอนได้ 3 คน

เครื่องนอน หมอนผ้าห่มพร้อม ห้องน้ำรวมแต่สะอาดและมีเครื่องทำอุ่นไว้บริการ เมื่อเราเก็บสัมภาระเรียบร้อย ไม่รอช้าเริ่มออกทัวร์ที่แรกกันเลย น้ำตกเก้าชั้น เดินทางออกจากที่พักไปประมาณ 10 กิโล เราก็ถึงที่หมายน้ำตกเก้าชั้น ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงแต่ละชั้นอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และมีแอ่งให้สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำใสไหลเย็นสุดๆ ด้านล่างทางเข้าน้ำตกมีร้านอาหาร

เครื่องดื่มจำหน่าย เสื้อผ้าก็มีนะจ๊ะเผื่อใครไม่ได้เตรียมอะไรมาแล้วเกิดอยากเล่นน้ำ ทางเดินขึ้นแต่ละชั้นค่อนข้างชัน แต่ยิ่งเดินไปก็ยิ่งพบกับทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น เราแวะเล่นน้ำกันแทบทุกชั้นเลย เล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่เริ่มหนาวและหิวแล้วสินะ เราชวนกันเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปต่อในจุดที่สอง เดอะซีเนอร์รี่ รีสอร์ทแอนด์ฟารม์ สำหรับที่นี่นั้นมีกิจกรรมมากมาย เช่นป้อนอาหารแกะ ขี่ม้า ยิงธนู นั่งรถชมบรรยากาศฟาร์ม ขี่มาแคระสำหรับเด็กๆ นั่งชิงช้าสวรรค์แบบโบราณ และเกมสไตล์อังกฤษ วันนี้เราเลือกป้อนอาหารแกะ และพาหนูน้อยขี่ม้าแคระ บรรยากาศที่นี่ก็ดูวุ่นวายนิดนึงเนื่องจากเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะ มีทั้งมาถ่ายภาพ และร่วมกิจกรรมกับทางรีสอร์ท เสร็จจากขี่ม้าให้อาหารแกะเราก็ไปต่อยังที่ๆสาม คือบ้านเทียนหอม เป็นแหล่งที่รวบรวมเทียนหอมสีสันสวยงาม หลากหลายกลิ่น หลากหลายรูปแบบไว้ที่นี่ ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท

สวนผึ้ง ราชบุรี เมื่อเดินเข้าไปด้านในมองไปรอบๆจะมีมุมต่างๆตลอดทางไว้ให้เราแวะถ่ายรูปดูโรแมนติกอบอุ่น

มากค่ะ มีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านจำหน่ายเทียนหอม มีบริการสอนทำเทียนหอมด้วยนะราคาก็แล้วแต่รูปแบบและขนาด เริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาท ใครที่อยากได้เทียนหอมที่มีชิ้นเดียวในโลกก็ลองไปทำได้ที่นี่เลยจ้า เดินต่อไปถึงด้านในสุด เราก็เจอกับร้านกาแฟซึ่งเป็นจุดชมวิว

เรานั่งพักหาของกินและถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน ขากลับออกมาจากบ้านเทียนหอมเราก็แวะร้านค้าเพื่อซื้อตะเกียงและเทียนหอมกลับมาด้วย หอมจริงๆหอมทุกกลิ่นแทบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว จบทริปของวันนี้แล้วเรากลับเข้าที่พักเตรียมตัวกินมื้อค่ำใต้แสงตะเกียง สั่งอาหารจากครัวของทางรีสอร์ตมานั่งปาร์ตี้กัน เปิดฟังเบาๆ ค่ำแล้วอากาศเริ่มเย็นกำลังดี บรรยากาศชิวมาก ตกดึกมีหมอกลงต้องเตรียมเสื้อหนาวและหมวกไปด้วยเพราะหลังเที่ยงคืนจนถึงเช้าอากาศจะเย็นมาก ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าทั้งอาหาร บรรยากาศที่ท่องเที่ยว ฟินสุดๆ

เพื่อนๆคนไหนอยากพักผ่อนสัมผัสอากาศเย็นๆไม่ไกลจากกรุงเทพขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก ดินแดนแห่งฝันในม่านหมอก

เหมืองปิล็อก ที่เรียกกันติดปากว่ามนต์เสน่ห์อันเรียบง่ายสงบ ของเหมืองปิล๊อก เป็นที่เที่ยวยอดนิยมี่มีสภาพแวดล้อม ด้วยทะเลหมอกแห่งภูเขาอันสวยงามซับซ้อนและงดงาม ของเทือกเขาตะนาวศรี เป็นเขาที่แบ่งเส้นเขตแดนของไทยกับพม่า ตั้งอยู่ที่อำเภอ ทองผาภูมิ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดมากมายไม่น้อย

 

เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก เปิดหัวมาซะน่านใจแล้วมาพูดถึงเรื่องที่เที่ยวกันบ้างนะครับ

จุดที่เที่ยวที่แรก-ฐานปฎิบัติการช้างศึก

ถ้าเดินทางมาที่เหมืองปิล็อก ทุกคนจะต้องเห็นป้ายสถานฐานปฎิบัติการช้างศึก เพื่อนๆถ้าเดินทางมาถึงตอนกลางวันในวันอากาศดี ไม่ร้อนและจะมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะ ของประเทศพม่า

จุดเด่นของสถานที่นี้คือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามไม่แพ้กว่าสถานที่อื่นในประเทศไทย ที่แห่งนี้เป้ฯสถานที่ที่น่าจดจำของประเทศไทยเพราะว่าเคยเป็นสมรภูมิรบระหว่าง ไทยกับพม่าหรือชนกลุ่มน้อยนับว่าเป็นจุดที่ต้องรำลึกถึงเหล่าทหารหาญที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาดินแดนแห่งนี้ไว้ให้เป็นของคนไทยต่อมา

จุดที่เที่ยวที่สอง-หมู่บ้านอีต่อง

หมู่บ้านอีต่องเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เหมืองปิล็อก ส่วนมากเป็นชาวไทยเชื้อสายพม่าไทย เป็นหมู่บ้านเล็กที่บรรยากาศและธรรมชาติที่งดงามและเห็นศึกษาวิถีชีวิตอันงดงาม ตรงจุดนี้ก็จะมองเห็นจุดชมวิวเขาช้างเผือกได้อย่างสบาย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ของ อ. ทองผาภูมิ มักจะเป้ฯที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่จะขึ้นไปท้าทายเดินป่าและผจญภัยขึ้นไปพิชิตความสวยงาม และ ยิ่งใหญ่ของเทือกเขานี้ที่ทุกปี

จุดที่เที่ยวที่สาม-บ้านป้าเกล็น(เหมืองสมศักดิ์)

ถ้าอยากได้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปเป็นชาวบ้านเมืองนี้ก็ต้อง รีสอร์ทเล็กๆอย่างบ้านป้าเกล็นในหุบเขาใหญ่ บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากความรักและค่ำมั่นสัญญา ที่ได้ให้ไว้กับคุณสมศักดิ์ เจ้าของเหมืองซึ่งเป็นแรงขับทำให้ป้าเกล็น ได้สร้างรีสอร์ตแห่งนี้เกิดขึ้น หุบเขาใหญ่ภายใต้สโลแกนว่า ที่นี่คือ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ปัจจุบัน บ้านที่ป้าเกล็นที่พักก็ปรับปรุง มาจากโรงเก็บพัสดุเก่าของเหมืองแร่

จุดที่เที่ยวที่สี่-น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

จุดห้ามพลาดของเหมืองปิล็อกก็คือ น้ำตกจ๊อกกระดิ่นอยู่ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอุทยานฯเพียงแค่ 5 กิโลเมตร น้ำตกแห่งนรี้นับว่าเป็นที่สมบูรณ์ของป่ามากมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้นแต่ความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้ไปความสูงของน้ำตกประมาณ 30 เมตร เมื่อน้ำไหลลงมาที่พื้นแล้วกระแทกกับหินข้างล่างก็จะแตกกระจายการเป็นละอองน้ำโดนตัวและเย็นสบาย ถ้าเพื่อนๆไปเที่ยวที่เหมืองปิล็อก ผมเชียร์เลยว่า น้ำตกจ๊อกกระดิ่ม ต้องไปนะจ๊ะ

ท่องเที่ยว

สวัสดีครับวันนี้จะแนะนำเสนอเว็บท่องเที่ยว DFCC Union

สำหรับเว็บไซต์ DFC Cunion จะเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอการรีวิวท่องเที่ยว และขั้นตอนการเดินทาง  ทุกท่านจะสามารถที่หาข้อมูลการท่องเที่ยว หรือขั้นตอนแต่ละเมืองได้จากที่นี้เลย ซึ่งทางเรานั้นจะนำเสนอจุดLand mark ที่ห้ามพลาดกันแบบทุกวันเลย