5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว ไปแล้วดีฟินจังเลย

ใกล้เข้าสู่หน้าหนาวแล้ววันนี้ทีมงาน DCFC จัด 5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว ก็เตรียมตัวที่จะต้องไป

เดินทางสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นและวิวสวยๆของทางภาคเหนือ วันนี้จะบอก

สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวสุดฮิตที่คุณไม่ควรพลาด เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้ดีแล้วไปกัน

5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว คุณไปมาหรือยัง?

5 ที่เที่ยวเหนือหน้าหนาว

  1. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

แน่นอนเลยว่า ลมหนาวพัดมาเมื่อไหร่ ยอดดอยอินทนนท์

ก็ไม่เคยขาดนักท่องเที่ยว ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ เรียกได้ว่าฮิตทุกปีเลยทีเดียว

เพราะเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยแล้ว จึงได้สัมผัสอากาศเย็น เห็นยอดน้ำค้างแข็งสวยงามอีกด้วย

ดอยอินทนนท์ ไม่ได้เป็นแค่จุดที่สูงสุดเท่านั้น โดยบริเวณรอบข้างใกล้ๆกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น

น้ำตกวชิรธาร น้ำตกแม่ยะ กิ่วแม่ปาน และพระธาตุนภพพลภูมิสิริ อีกด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับ การเดินทางท่องเที่ยว นั้นคือตั้งแต่ เดือนธันวาคม ถึง มกราคม ถือว่าดีที่สุดในที่แห่งนี้

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

  1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอก ที่ยอดฮิตแห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงราย

ที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร

โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่ง ประเทศลาว วิวสวยๆ ของทะเลหมอกสีขาว ที่กว้างสุดลูกหูลูกตา

ภูเขาสลับซับซ้อนและอากาศหนาวๆ มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือบริเวณ ยอดภูและบริเวณ

ลานก่อนถึงยอด ที่นี่ไม่ได้มีดีที่ทะเลหมอกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

  1. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามมากๆ ถึงสองจุด

คือที่ดอยผาชู้ และดอยเสมอดาว โดยที่ดอยผาชู้ มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางขุนเขาเขียวขจี

สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ และเมื่อหมอกจางลง จะมองเห็นลำน้ำน่านที่สวยงาม

ส่วนดอยเสมอดาว เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้น

และพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า

และตอนกลางคืนที่สามารถมองเห็นดวงดาวล่องลอยเต็มท้องฟ้าอีกด้วย

ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  1. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า  โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

เป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ในยามเช้าจะมีไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป

ประกอบกับบรรยากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้เป็นสถานที่ยอดฮิตสุดโรแมนติก

จนได้รับขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย ยิ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้นแสงแดดจะสะท้อนบนผิวน้ำ

เป็นสีทองอร่ามจะทำให้บรรยากาศดูสวยขึ้นไปอีกด้วย กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดนั้นก็คือ

การได้นั่งแพชมทิวทัศนียภาพ และ ดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบของทะเลสาปปางอุ๋งแห่งนี้

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

ภูชี้ฟ้า ครั้งนี้ขอพาเพื่อนๆขึ้นเหนือไปถึงจังหวัดเชียงรายกันเลยค่ะ จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ทริปนี้เราออกเดินทางไปกับน้าชายโดยสารรถทัวร์จากหมอชิต ปลายทางคือ

บขส.เชียงราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็ถึงบขส. เราต่อรถสองแถวไปโรงแรมที่ได้จองไว้ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเช็คอินเข้าที่พักเก็บของเรียบร้อย ไม่รอช้า(กว่าจะถึงก็มืดละ) รีบออกไปหาอาหารพื้นเมือง

ที่ถนนคนเดิน บรรยากาศของค่ำคืนนี้ อากาศเย็นสบายเดินไปเรื่อยไม่ร้อนเลยค่ะ บริเวณนี้มีร้านอาหารมากมายหลายประเภทให้เราเลือกกิน มีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกซื้อ เราแวะร้านอาหารร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารพื้นเมือง จำได้ว่าสั่งชุดน้ำพริกหนุ่มเสริฟ์พร้อมข้าวเหนียว ไส้อั่ว แคปหมู และแกงที่มีชื่อโฮะ

เราสั่งเพราะอยากรู้ว่ามันคืออะไร รสชาติยังไง หน้าตาแบบไหน สิ่งที่ได้คืออะไรนะรวมๆกันมา แอบลุ้นว่าจะกินได้ไหม แต่พอกินแล้วจะว่าเหมือนแกงหน่อไม้ก็ไม่ใช่ รสชาติดีเลยค่ะ อิ่มท้องแล้วเราก็เริ่มเดินกันต่อเลย เดินไปเรื่อยๆอากาศก็เริ่มเย็นขึ้นทุกทีเจอร้านผ้าพันคอเลยแวะอุดหนุนสักพื้น 100บาท อุ่นดีจังงานทอมือสวยค่ะ เดินต่อไปอีกหน่อยเจอจุดที่เค้าขายโคมยี่เป็งจะรออะไรละคะ จัดมา1โคม ราคาประมาณร้อยกว่าบาทค่ะ เค้าว่ากันว่าการปล่อยโคมก็เหมือนการปล่อยเคราะห์ในชีวิตออกไป แต่กว่าจะปล่อยโคมได้ลุ้นมากค่ะ ปล่อยโคมเสร็จเรียบร้อย เราก็ชวนกันกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน  เตรียมตัวขึ้นภูวันพรุ่งนี้

ภูชี้ฟ้า ออกเดินทางตระเวนเที่ยว

ภูชี้ฟ้า | ทริปท่องเที่ยวในวัยเด็กของฉันกับครอบครัว

 

เช้าแล้วเราเดินทางด้วยรถตู้จากตัวเมืองเพื่อไปที่อ.เทิง(บ้านร่มฟ้าไทย) ระยะทางประมาณ 111 กิโลเมตร ราคาค่าโดยสารคนละ 80 บาท ระหว่างเดินทางเราเจอกับหมู่บ้านชาวเขาและร้านค้า เช่นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าสินค้าที่ระลึกตามข้างทาง เส้นทางขึ้นภูชี้ฟ้านั้นค่อนข้างแคบและโค้งเยอะมาก อารมณ์เหมือนนั่งไวกิ้งเลย

เรานี่เมารถแทบอาเจียน แต่แล้วเราก็มาถึง..ที่นี่มีรีสอร์ทรองรับค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ เราเลือกพักบนเนินเขา วิวสวยมาก มองไปรอบๆมีแต่ป่าไม้เขียวชะอุ่ม วันนี้เรายังไม่ขึ้นภูชี้ฟ้าค่ะแต่เดินถ่ายภาพเก็บบรรยากาศบนเขารอบๆบริเวณที่พัก ช่วงเย็นเราเลือกกินอาหารที่ร้านข้างทาง ระหว่างรออาหารจะมีกลุ่มเด็กน้อยชาวเขามาทำการแสดงร้องเพลง เต้นให้เราดู เราจึงขอน้องๆถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก น้องมากันประมาณ 3 คนค่ะ เด็กๆต้องการหารายได้พิเศษ เราจึงให้ไปคนละ20บาท คือน้องๆไม่ได้เรียกร้องนะคะแล้วแต่เราจะให้

สักพักอาหารก็มาเสริฟ์ ตกดึกอากาศที่นี่เย็นมากค่ะเราต้องใส่หมวกใส่ถุงมือเลยทีเดียว เช้าวันที่ 2 บนภูเรารีบตื่นตั้งแต่ตี 5 เตรียมวอมร่างกายเพื่อเดินขึ้นภู จากรีสอทร์ที่เราพักสามารถใช้บริการรถ 2 แถวคนละ 20 บาท ระยะทางขึ้นภูชี้ฟ้าประมาณ 2 กิโลค่ะเพื่อไปยังวนอุทยาน อากาศก็เย็นเหลือเกินหมอกจัดแต่เราไม่หวั่น ตี ห้าครึ่งเราถึงวนอุทยาน ทีนี้เราก็มาเริ่มเดินขึ้นภูกันเลยจ้า ทางเดินค่อนข้างชัน และค่อนข้างมืดต้องพกไฟฉายมาด้วยนะคะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็ถึงยอดภูชี้ฟ้า

อากาศด้านบนหนาวมากๆค่ะ เรายืนรอชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับทะเลหมอกยามเช้า ภาพที่เห็นสวยงามมากค่ะคุ้มค่ากับการรอคอย เราถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศตรงนี้สักพัก แสงแดดอ่อนๆรู้สึกผ่อนคลายดีจริงๆ ประมาณ7.00เริ่มหิวละค่ะ เราจึงเดินทางลงภูเพื่อกลับมาทานอาหารเช้าที่รีสอรท์เตรียมไว้ให้

แล้วก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ขากลับเราเดินทางโดยรถ 2 แถวหวาดเสียวกว่าตอนขึ้นอีกคะ ล้อนี่เฉียดกับขอบทางเลย แต่ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญทางแนะนำว่าใช้บริการรถโดยสารจะสะดวกปลอดภัยกว่าค่ะ หรือหากต้องการนำรถขึ้นภูจริงๆก็ไม่ควรใช้ความเร็วมากนักโดยเฉพาะหน้าเทศกาลรถเยอะมากเลยค่ะถนน 2 เลนก็จริงแต่ทางแคบค่ะ จบทริปนี้ได้สัมผัสอากาศหนาว อาหารอร่อย เก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติวิถีชาวเขา คุ้มค่ากับการเดินจริงๆค่ะ